บทที่ 1 ทุกอย่างมีราคาต้องจ่าย
“ทุกอย่างมีราคาต้องจ่าย...อ้าขาออก”
ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยคำสั่งออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หญิงสาวนั่งอยู่บนพื้นพรมต่อหน้าเขา เนื้อตัวสั่นระริก
ใบหน้าหวานช้อนขึ้นมองเขา เจ้าของร่างสูงนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาถูกปิดไว้ด้วยหน้ากากกระต่ายครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเพียงเงาของดวงตาแสนลึกลับ และริมฝีปากที่เพิ่งออกคำสั่งแสนเผด็จการนั่นออกมา
ที่จริง...นั่นก็เป็นสิทธิ์ของเขานั่นล่ะนะ
ห้าล้านบาท เป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย เธอควรจะดีใจสิที่มีคนเอาเงินมากขนาดนี้มาให้ เมื่อหักค่าธรรมเนียมการประมูลแล้ว เธอก็เหลือเงินพอสำหรับจ่ายค่ารักษาแม่พอดี
การรักษาแม่ที่ป่วยใกล้ตาย กับการทำตามคำสั่งแสนน่าอาย ไม่เห็นจะเลือกยากตรงไหนเลย
แค่นี้เอง...ไม่เป็นไรหรอก
แต่ถึงจะบอกตัวเองอย่างนั้น ร่างกายมันกลับเอาแต่ต่อต้าน ขณะที่นั่งอยู่ เธอค่อยๆ ยกเข่าทั้งสองข้างขึ้นอย่างช้าๆ แต่กลับไม่ยอมแยกขาออกจากกัน
ดวงตากลมเริ่มมีน้ำตาคลอหน่วย หัวใจมันบีบแน่นจนเจ็บ
เธอทำไม่ได้...
“ฉันเสียเงินห้าล้านเพื่อมาดูเธอทำท่าทางเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงนี้เหรอ?”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ความกดดันตกลงบนบ่าของ ดานิกา จนเธอต้องกัดฟัน กลั้นความรู้สึกเอาไว้
“ขะ...ขอโทษค่ะ” เสียงสั่นเครือเอ่ยตอบเขา
“คำขอโทษของเธอมีค่าแค่ไหน?”
“...”
“ถ้าไม่คุ้มกับเงินที่ฉันเสียไป ก็ไม่ต้องพูดออกมา”
ถึงจะรู้อยู่แล้ว...ว่าตัวเองไม่ได้มีค่ามากมายขนาดนั้น แต่พอได้ยินคำพูดดูถูกจากปากเขา เธอก็ยังเจ็บปวดอยู่ดี
ในโลกที่คนจนเป็นได้เพียงของเล่นไร้ค่าของคนรวย เงินห้าล้านที่ช่วยชีวิตแม่เธอได้ เป็นเพียงเศษเงินที่เขาใช้ซื้อเซ็กซ์ครั้งเดียวเท่านั้น
แต่นี่เป็นครั้งแรกของเธอ แม้ว่าจะพยายามรีดความกล้าทั้งหมดขึ้นมาแล้ว เธอก็ยังกลัวเกินไป...
ดวงตาคู่นั้นมองมาที่เธอ เขาเอ่ยราวกับรู้ทันในความคิด
“ครั้งแรก?”
ดานิกาพยักหน้าเบาๆ “ค่ะ”
เธอหวังว่าเขารู้แล้วคงจะเห็นใจเธอบ้าง แต่เปล่าเลย
บนใบหน้าที่ถูกบังด้วยหน้ากากกระต่ายครึ่งหนึ่ง เรียวปากของเขาเผยรอยยิ้มชวนสะอิดสะเอียนจนเธอยากจะทนมองไหว
“งั้นก็ทำให้เหมือนเป็นครั้งสุดท้ายซะสิ”
“...”
“เร็ว ฉันรออยู่”
ความรู้สึกอับอายปนขยะแขยงตีรวนขึ้นมาในอก ขอบตาเห่อร้อนจนน้ำตาไหลอาบแก้ม
ไม่อยากทำเลย อยากหนีออกไปจากตรงนี้ แต่เธอไม่มีทางเลือกแล้ว
แม่กำลังรอเธออยู่ ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไร ก็ไม่มีทางให้หนีอีกต่อไป
เรียวขาค่อยๆ แยกออกอย่างจำยอม เผยให้เห็นผืนผ้าสามเหลี่ยมเล็กๆ ที่ปกปิดส่วนน่าอายเอาไว้ระหว่างขา
ความอับอายทำให้เธอหลับตาลงอย่างรับตัวเองไม่ได้ เธอรู้ว่าเขากำลังมองอยู่ นั่นยิ่งทำให้เธออยากจะร้องไห้ออกมาให้รู้แล้วรู้รอด
ได้แต่หายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร
เธอไม่รู้จักเขา เราไม่รู้จักกัน ต่อให้อายแค่ไหนก็จะจบแค่ในห้องนี้ แค่ทำๆ ไปตามหน้าที่เท่านั้น ไม่มีอะไรต้องอาย...
หารู้ไม่ว่า คนที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้ รู้จักเธอดียิ่งกว่าอะไร
เงินห้าล้านที่เธอหาได้ มาจากเขา แล้วก็ยังเอาไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โรงพยาบาลของเขาเช่นกัน
